จริงๆแล้วในอาคาร1500ที่นั่งต้องเรียกว่าอาคาร1498ที่นั่งมากกว่า
เพราะขาดไป2ตัว..เฉลย2ตัวที่ว่าอยู่ที่ห้องคอนโทรล
หมามหาลัยมีอยู่หลายตัว ทุกตัวมีการศึกษาเพราะเข้าไปนั่งเรียน
กับนักศึกษาเป็นประจำ....แถมไล่ก้อไม่ยอมออกไป
ร้านน้ำชาร้านแรกในมวล.ในสมัยโคนท้อนตั้งอยู่ในดงไมยราย/
หนามงับ เวลาปิดพร้อมเธคพนักงานเก็บร้านคือนักบาสของมหาลัย
เจ้าของร้านมีธุรกิจโทรนาที2บาทควบคู่ไปด้วย และร้านน้ำชาร้านนี้
เป็นกองอำนวยการดอม นำโดยพี่แหลม พี่เบิร์ดและพี่โอ๋
เก้าอี้คิตแคตหน้าร้านพี่กิตติ สมัยที่ร้านยังอยู่ที่ตึกกิจเป็นที่ฮิตมากๆ
สำหรับชาวรุ่นบุกเบิก
เวลาเรียนเช้าที่สุด 7.00 รึอาจเร็วกว่านั้น เลิกเรียนช้าที่สุด 23.00
เพราะเรียน 3 เทอม ทำให้ต้องรีบเรียนกัน และอีกอย่าง นศ.ส่วนใหญ่
อยู่หอพักในม. จึงสะดวกแก่การเดินทางมาเรียน
เนื่องจากมีเวลาเรียนที่น้อยมาก ดังนั้นจึงมีเรียนกันทุกวัน บ่อยครั้ง
ไม่เว้นแม้วันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดราชการก็ต้องเรียนกัน
ฟ้าจะถล่มดินจะทลายโลกจะพินาศสันตะโร ประเทศโดนปฏิวัติ
ก็ไม่ทำให้อาจารย์ที่นี่หยุดนัดเรียนหรือชดเชยได้
ตารางเรียนที่นี่เป็นแบบ Dynamic กล่าวคือไม่หยุดนิ่งและ
ไม่มีความแน่นอนต้องคอยเช็คห้องและเวลาตลอด รวมถึงวันเวลา
ชดและเชยที่อาจเกิดขึ้นกับท่านได้ทุกเมื่อ หาไม่อย่างนั้นแล้วอาจ
จะได้รับโอกาสประสบพบเจอกับ F
ตารางสอบวิชาของสำนักสามารถเลื่อนได้ตลอดเวลาขึ้นกับ
เสียงโหวตของนักศึกษาประจำเมเจอร์ ซึ่งแทบทุกครั้งจะโ
หวตกินเวลาปิดเทอมไปหลายนาที แล้วก็เปิดเทอม ได้หยุดเท่ามดดม
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีชื่อย่อว่า มวล.
เป็นมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย แซงหน้า
ม.เทคโนโลยีสุรนารี
มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในสวนสัตว์เปิด จึงมีสรรพสัตว์น้อยใหญ่
หลากหลายสปีชี่พำนักพักพิงอาศัยอยู่ร่วมกับนักศึกษาอย่าง
สนุกสนาน
หลังจากเรียนเสร็จก็มี Sport Complex มีสระว่ายน้ำ 2 สระ
คือสระเด็ก กับสระมาตรฐาน มีสนามเทนนิสที่ดูไฮโซ มั่กมาก
สนามฟุตบอลและโรงยิม และสนามกอร์ฟ
อาคารเรียนรวมมีสี่หลังแต่ละหลังเหมือนกันหมด
ไม่มีตึกประจำสำนักวิชาของ นศ. มีแต่ของอาจารย์
หอพักไม่มีแอร์ มีแอร์อยู่แค่ 3 หอ คือ หอ 16 17 18
ห้องน้ำของใครของมัน
อาคารหลังใหญ่มีชื่อว่าอาคารไทยบุรี แต่เขามักเรียกกันว่า
อาคาร 1500 เพราะมี 1500 ที่นั่ง และมีหัวเรือไททานิค
อยู่ด้านหลัง เพราะมีลักษณะเช่นเดียวกับหัวเรือที่แจ็คกับโรส
ไปยืนกอดกัน
ด้านหน้าตึก 1500 เป็นลานกว้าง เรียกว่าลานเพลินตา
เพราะเล่ากันว่า...ตรงลานนี้เคยเป็นบ้านของยายคนหนึ่ง
ชื่อ เพลินตา ต่อมายายยกที่ให้มหาวิทยาลัยก็เลยเรียกกันว่า
ลานเพลินตา
หอพักและตึกห่างกัน เพราะเรามีเนื้อที่เยอะ
มหาวิทยาลัยมีการรณรงค์ให้นักศึกษาและอาจารย์
ใช้จักรยานเพื่อรักษาสิ่งเเวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน
ผลที่ได้คือ อัตราส่วนระหว่าง จักรยาน:จักรยานยนตร์
เท่ากับ 1:10 (พ.ศ.2550)
มีหอดูดาว ที่ไฮโซ และอุปกรณ์ที่ใช้การไม่ได้ แต่ก็ไม่เปิด
ให้นักศึกษาขึ้นอยู่ดี นอกจากวันเด็กหรือวันวิทยาศาสตร์
มีลานมิกกี้เมาส์ ก่อนถึงอุโมงค์มดงาน มีไว้อ่านหนังสือ
และป้อนอาหารยุงป่า
อุโมงค์มดงานเป็นหนึ่งในสองเส้นทางหลักที่ นศ. ที่นี่ใช้เ
ป็นเส้นทางขับขี่ยานพาหนะไปร่ำไปเรียน
ศูนย์บรรณสาร เรียกอีกอย่างว่า ศูนย์บรรณฯ(ทม) เพราะเป็น
ที่ที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือมาก จะมีเก้าอี้พิเศษที่ทาง
ศูนย์บรรณฯ(ทม)จัดไว้ให้อย่างพอเพียงเมื่อนั่งแล้วจะรู้สึก
ผ่อนคลายไร้กังวล...ท่านจะพบว่าเมื่อท่านนั่งเก้าอี้นี้และ
อ่านหนังสือ ความเร็วในการอ่านจะเท่ากับ 4บรรทัดต่อชั่วโมง
เรียกว่า เก้าอี้ดูดวิญญาณ
ที่ศูนย์บรรณฯ มีลิฟต์ด้วย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่รู้ ที่สำคัญ
ศูนย์บรรณฯ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน ยามค่ำคืนมัก
ไม่ค่อยมีใครกล้าไปแถวนั้น ถ้าสังเกตให้ดี ชั้น 3 จะมีสายสินธ์พัน
โดยรอบ ลองไปดูกันเองนะ
ทางเข้าของ มวล. จะมีแต่ป้ายมหาลัยฯ ขนาดใหญ่สวยงาม
แต่เมื่อมองเข้าไปจะมีให้เห็นแต่ป่า ต้องเข้าไปสัก 5 นาที
ถึงจะเริ่มเห็นมหาลัยฯ ภาพทัศนียภาพที่งดงาม
เป็น wireless campus ทุกที่ในมหาลัยฯ สามารถ online ได้
และมี Green campus ที่เราสามารถนั่งเล่นเน็ตบน
สนามหญ้าได้อย่างสบายใจ และมีการเรียนรู้ภายใต้
สภาพแวดล้อมที่ดี
นักศึกษามวล.ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า
"ปิดเทอม"และ"เวลาเข้านอน"
ไม่มีใครไม่รู้จักร้านป้าชิด เป็นร้านอาหารที่เด็กมวล.
ชอบไปกินมากที่สุด และเมนูที่ชอบสั่งคือแกงหมู
หมูทอดและไข่เจียว
ไม่มีใครไม่รู้จัก "ยายขายถั่ว" ที่อยู่คู่มวล.มาตั้งกะรุ่นแรก
จนตอนนี้รุ่น 10 แต่ยายก็ยังอยู่ ยังยิ้มแย้มแจ่มใส
อยู่เหมือนเดิม น่ารักจิงๆ
ที่ฐานของเสาธงที่มีขนาดหลายคนโอบ มีจระเข้อยู่ครึ่งตัว
ไม่รู้อีกครึ่งตัวหายไปตอนรุ่นไหน
ที่นี่จะคล้ายๆ กับโรงเรียนประจำ แต่ไม่มีการเข้มงวดเท่า
มีการทำกิจกรรมในตอนเย็นและค่ำ ทำให้ได้เรียนรู้
อะไรมากกว่าในตำราเรียน
วัฒนธรรมประเพณี
Wireless จะขัดข้องทุกๆ 5-7 วัน
และ Wireless จะมีปัญหาช่วงสอบทุกครั้งไป
(ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน)
มหาลัยฯจะไฟดับแทบทุกครั้งที่ฝนตก
(ซึ่งมันตกแทบทุกวัน)
เด็ก มวล. ชอบใส่เสื้อแจ็คเกตขนาดยักษ์
เพื่อป้องกันแสงแดดและป้องกันอากาศที่
หนาวโครตในห้องเรียน
กลางคืนนอกจากจะตั้งใจอ่านหนังสือกันแล้ว
เด็กที่นี่ยังชอบดอม บางทีก็ดอมกันเอง
ดอม หมายถึง การย่องเบา แอบส่องชาวบ้าน
....อย่างว่ากัน
เด็กที่นี่ชอบแก้บนโดยการปั่นจักรยานรอบ ม.
ต้องเป็นรอบนอกด้วยนะ
นอกจากนี้แล้วที่นิยมแก้บนมากที่สุด(มากจริงๆนะ)
ก็คือการวิ่งรอบอาคาร 1500
เด็กที่นี่ไม่หวั่นแม้วันมามาก แต่หวั่น
วันสอบแคลคูลัส
ทุกอย่างที่เกี่ยวกะเทศ เด็กที่นี่จะชอบเรียกว่า ไฮโซ
ชอบทำกิจกรรมมากกกกกกก แต่เรียนไม่ชอบ
ถ้าถามว่ามาจากไหน แปลว่า ไปไหนมา ไม่ใช่แปลว่า
มาจากไหน มาจากท้องพ่อท้องแม่แบบนี้ไม่ใช่
เอะอะ ไม่รุ้จะทำไรก็เก็บตังค์เพื่อนเมเจอร์
ทำเสื้อเมเจอร์ มีเป็นสิบชุดละ
ส่วนใหญ่ชอบส่งเสียงเอะอะโวยวาย เช่นอยู่ห่างกัน
50 เมตร ก็ชอบตะโกนเรียกกัน
เป็นคนขี้อาย หัวอ่อน และมีลับลมคมนัย
คลั่งระบบ SOTUS
เวลาขับขี่ยานพาหนะ ต้องมีสติตลอดเวลา
คอยเบี่ยงหลบอุนจิวัว
เวลาสอบมหาลัย จะบริการล็อค internet ให้
เพื่อให้เข้าได้แต่เว็บ ม. อย่างเดียว ป้องกัน
นักศึกษาดูเว็บโป๊ จนไม่เป็นอัน สอบ
เป็นมหาลัยเดียวที่มีป้ายจราจรเขียนเตือนให้ระวัง +วัว+
ทุกคนจะมีที่ประจำเวลาสอบกลางภาคหรือ
ปลายภาคเสร็จ คือ ร้านจอม,กินเล่า,พี่โชค อีสานนะจ๊ะ,
ฮิปปี้ และตอนนี้ไฮโซหน่อย ร้านสวนกาแฟ
เทอม3 จะมีวันเปิดหอ ผู้ชายเข้าหอหญิงได้
ผู้หญิงเข้าหอชายได้ และต้องทำ
ให้ห้องและเจ้าของห้องมีสภาพที่ดูไม่ได้
มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หอ 5 17 ศูนย์รวมวังผีเสื้อ (กระเทยและเกย์)
เป็นปกติของที่นี่ซึ่ผู้ชาย 10 คน เป็นกระเทยซะ 4 เกย์ซะ 5 เหลือซะ 1 แล้วผู้หญิงจะเอาไรกิน
หอ 16 ศูนย์รวมทอมและดี้ จะมีการวางมวย
ของแต่ละคู่ทุกๆ 1 ชม. เป็นอย่างต่ำ ใครอยู่หอนี้ต้อง
ปลงเป็นธรรมดาของชีวิตเด็กหอ 16
ที่มวล.จะมีการรับน้องบ่อยมาก ทั้งรับน้องกลุ่มสัมพันธ์
,รับน้องสำนัก,รับน้องเมเจอร์,รับน้องไมเนอร์
ทั้งที่เวลาเรียนก็ไม่ค่อยจะมี
หอ5(หอชาย)จะเรียกว่าวังผีเสื้อ (กะเทย)มีการรับน้องด้วยการแก้ผ้า
และวัดขนาด โดยการให้เกรด A-F ตามขนาดน้องชาย 555
สุดท้าย..
ขอคุณวลัยลักษณ์ที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ได้เป็นบัณฑิต
อย่างภาคภูมิใจ
เรารักวลัยลักษณ์เหลือเกิน.......
ปวงประชาจะคุ้มภัย